หมวดหมู่: ข่าวทั่วไป

มอสปฏิภาณ เปิดใจ ร่วมงาน “น้ำตาล เดอะสตาร์” 7 ปี วันนี้ได้มาส่งน้องขึ้นสวรรค์

By LEE มิถุนายน 15, 2019 0

มอสปฏิภาณ เปิดใจ ร่วมงาน “น้ำตาล เดอะสตาร์”

มอสปฏิภาณ ปฐวีกานต์ พร้อมนักแสดงนำงานละครเรื่อง ผู้กองเจ้าเสน่ห์ เต๋อ เชิญยิ้ม และ ไจแอนท์ เชิญยิ้ม ได้เดินทางมารดน้ำศพ ณ วัดป้อมวิเชียรโชติการาม จ.สมุทรปราการท่ามกลางความอาลัยและความโศกเศร้าเสียใจ

โดย มอส, เต๋อ, ไจแอนท์ และ นิก ได้ออกมาเผยความรู้สึกกับสื่อมวลชนให้ฟัง ถึงเรื่องราวความประทับใจและความน่ารักของ น้ำตาล เดอะสตาร์ ในขณะที่เคยร่วมงาน

มอส – “วันนี้เราก็มารดน้ำศพน้อง ส่งน้องขึ้นสวรรค์และก็บอกกับน้องว่าให้หลับให้สบาย ซึ่งจริงๆ เมื่อวานนี้ผมกับทีมผู้กองเจ้าเสน่ห์ก็เพิ่งจะได้ไปเจอน้องมาที่ห้อง ICU ถามว่าพวกเรามีความผูกพันกันมากน้อยแค่ไหน เอ่อ…ก็หลังจากที่จั๊กจั่นไป เขาก็ถามผมว่าอยากได้หมวดคนใหม่เป็นใคร ผมก็บอกว่าน้องน้ำตาลนี่แหละ เพราะดูจากท่าทางแล้วน้องน่าจะเป็นคนที่แสดงละครได้ดี สุดท้ายเราก็เลยได้น้องน้ำตาลมาร่วมงาน เราร่วมงานกันอยู่ 7 ปี ซึ่งช่วงแรกที่น้องน้ำตาลเข้ามาในกอง เขาก็ยังค่อนข้างใหม่เลยดูจะเด๋อๆ ด๋าๆ แต่พอได้อยู่กับพวกพี่ๆ นานเข้า น้องน้ำตาลก็เริ่มปรับตัวได้ ปรับตัวได้ดี และเล่นเป็นหมวดรันได้อย่างน่ารัก จนแฟนๆ ที่ติดตามผู้กองเจ้าเสน่ห์ต่างก็ชมว่าน้องเป็นคนเก่งและเล่นเข้าจังหวะกับพี่ๆ ได้ดี”

มอส – “โดยส่วนตัวแล้วเวลาที่น้องน้ำตาลอยู่ในกองถ่ายเขาก็จะค่อนข้างเป็นคนที่เงียบๆ คอยฟังพี่ๆ เล่นมุก และก็คอยหัวเราะกับมุกตลกของพี่ๆ ในกอง”

ไจแอนท์ เชิญยิ้ม – “เขาเป็นเด็กที่มีความตั้งใจครับ เขาสุดยอดมาก”

เต๋อ เชิญยิ้ม – “น้องเป็นคนที่มีความตั้งใจในการทำงานมากจริงๆ ตั้งใจเล่นมุกกับเราตลอด และเราก็จะคอยแกล้งน้องอยู่เรื่อยๆ เวลาที่เขาเล่นมุก (ยิ้ม)”

เรามาทราบข่าวตอนไหนว่าน้องได้จากพวกเราไปแล้ว ?
มอส – ” จริงๆ ตอนนี้ผมตื่นผมก็ยังไม่ได้ดูโซเชียลอะไรทั้งสิ้นนะครับ แต่แฟนผมเป็นคนส่งข้อความมาบอกว่าน้องน้ำตาลให้เสียชีวิตแล้ว ซึ่งตอนที่ทราบข่าวก็ใจหายเพราะเพิ่งจะได้ไปเยี่ยมน้องเมื่อวานนี้เอง จากนั้นก็เช็กคิวตัวเองเพื่อที่จะได้รีบมาหาน้องที่วัด”

ระหว่างที่ร่วมงานกับน้องตลอด 7 ปี น้องเคยมีปัญหาสุขภาพให้เห็นบ้างไหม ?
มอส – “ไม่มีนะครับ อยากทุกครั้งเวลาที่น้องไม่สบายน้องก็จะไม่ค่อยกล้าพูด แต่เขาจะแอบกระซิบกับพี่ๆ ผู้หญิงในกองถ่ายที่เขาไว้ใจมากกว่า คือเขาจะไม่ค่อยอยากพูดไม่อยากทำให้ทุกคนในกองต้องเดือดร้อน ซึ่งเมื่อไหร่ก็ตามที่เขาพูดว่าไม่สบายหรือปวดหัวนั่นก็หมายความว่าเขาต้องพักแล้วจริงๆ เขาจะเป็นคนแบบนี้แหละครับ และพวกเราก็จะคอยถามเขาตลอดว่า “ปวดหัวจริงหรือเปล่า น้ำตาลไหวไหม คือบอกพวกพี่มาเลยอย่าลดราคาให้พวกพี่นะ” เพราะเขาจะเป็นคนที่แบบถ้าป่วยสัก 100 เขาจะบอกเราแค่ 10 เป็นแบบนี้ตลอด แต่ถ้าถามว่าที่ผ่านมาเคยเห็นเขาป่วยหนักๆ ไหม ก็ไม่เคยมีนะครับ ไม่เคยเห็น”

เต๋อ เชิญยิ้ม – “น้ำตาลจะเป็นคนที่ถ้าหากถ่ายละครวันจันทร์เลิกดึกและมีนัดกองต่อเช้าวันอังคาร เขาก็จะมาถึงกองเช้าและก็มาออกกำลังกายกับทุกคนในกอง”

มอส – “ผมคิดว่าน้ำตาลน่าจะเป็นคนที่เหนื่อยที่สุดเพราะบ้านเขาอยู่ไกล”

ช่วงที่รดน้ำศพเราได้พูดหรือกล่าวอะไรกับน้องบ้างหรือเปล่า ?
มอส – “ไม่ได้เอ่ยเลยครับ และจริงๆ ผมก็ได้พูดไปตั้งแต่วันที่น้องอยู่ที่ห้อง ICU แล้วว่าพวกเราได้มาเยี่ยมและอยากให้น้องสู้ๆ รวมถึงพูดไดอารอกต์ของน้องที่เราน่าจะได้ยินกันบ่อยๆ ก็คือ หมวดรันไม่มีวันยอมแพ้อยู่แล้ว”

เราร่วมงานกับน้องมา 7 ปี หลังจากที่น้องเสียชีวิตไปแล้ว เรามีความหวังไหมว่าจะได้ทราบว่าน้องเสียชีวิตจากโรคอะไร ?
มอส – “เอ่อ…จริงๆ ผมก็แอบสงสัยนะครับว่ามันเกิดอะไรขึ้น ถามว่าอยากรู้ไหมก็อยากรู้ครับ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นมันก็เกินขอบเขตของเราที่จะทราบได้ มันเป็นเรื่องของแพทย์มากกว่า”

ไจแอนท์ เชิญยิ้ม – “ผมเชื่อว่าต่อไปเราต้องรู้ครับ เพราะว่าคุณแม่ของน้องได้บริจาคอวัยวะแล้ว บริจาคอวัยวะบางส่วน”

มอส – “ผมเองก็ต้องอนุโมทนาสาธุด้วย ที่คุณแม่ได้บริจาคร่างกายให้เป็นอาจารย์ใหญ่ เพื่อที่ทีมแพทย์จะได้ศึกษาว่าโรคนี้มันเกิดขึ้นจากอะไร”

>>บรรยากาศรดน้ำศพ “น้ำตาล เดอะสตาร์” เต็มไปด้วยน้ำตาและความอาลัยรัก

>ทีมแพทย์แถลงสาเหตุการเสียชีวิต “น้ำตาล เดอะสตาร์” เพราะสมองบวม

>”มอส ปฏิภาณ” เผยหลังเยี่ยม “น้ำตาล เดอะสตาร์” บอกยังไม่รู้สึกตัวแต่หน้าตาสดใส

บาคาร่า

เอลเลน ดีเจนเนอริส พิธีกรคนดัง เปิดใจสุดช็อก กับปมชีวิต พ่อเลี้ยงข่มขืน

By LEE พฤษภาคม 30, 2019 0

เอลเลน ดีเจนเนอริส พิธีกรคนดัง เปิดใจสุดช็อก กับปมชีวิต พ่อเลี้ยงข่มขืน

เอลเลน ดีเจนเนอริส พิธีกรชื่อดังแห่งยุค ได้ออกมาเปิดใจที่ทำให้สังคมต้องตกใจ ปมชีวิตเมื่อช่วงเติบโตเป็นวัยรุ่น ต้องทนทุกข์โดนพ่อเลี้ยงข่มขืนและล่วงละเมิดทางเพศ

การเปิดใจครั้งล่าสุดของพิธีกรคนดังแห่งยุค เอลเลน ดีเจนเนอริส ทำให้สังคมต้องตกตะลึงเป็นอย่างมาก เมื่อเธอออกมาเล่าถึงเรื่องราวในอดีตที่ครั้งหนึ่งเคยถูกพ่อเลี้ยงล่วงละเมิดทางเพศอยู่หลายครั้ง และเป็นตราบาปหรือปมด้อยที่ติดตัวเธอมาตลอดทั้งชีวิต

พิธีกรสาวที่มีความหลากหลายทางเพศได้นั่งพูดคุยกับ เดวิด เลตเทอร์แมน ผ่านรายการทอล์คโชว์ My Next Guest Needs No Introduction ซึ่งออกอากาศทางเน็ตฟลิกซ์ โดยเธอได้เล่าถึงชีวิตครอบครัวและวัยเด็กของตัวเอง พร้อมกับยอมรับว่า เมื่อตอนอายุ 15-16 ปี เธอเคยถูกพ่อเลี้ยงข่มขืนทางใจและล่วงละเมิดทางเพศ

เอลเลน ดีเจนเนอริส พิธีกรคนดัง เปิดใจสุดช็อก กับปมชีวิต พ่อเลี้ยงข่มขืน

“แม่ของฉันป่วยเป็นโรคมะเร็งเต้านม หลังจากที่พวกเขาแต่งงานกัน ทำให้เธอต้องผ่าตัดเต้านมออก แต่พวกเขาก็ยังต้องความสัมพันธ์ทางเพศกันอยู่ กระทั่งวันหนึ่งตอนที่แม่ของฉันไม่อยู่บ้าน พ่อเลี้ยงบอกว่าเขาจับคลำหน้าอกของแม่และสัมผัสได้ถึงก้อนเนื้อ เขาจึงจะจับหน้าอกของฉันเพื่อเปรียบเทียบและอ้างว่า แม่ของฉันจะได้ไม่เสียใจ”

เอลเลน เล่าต่อว่า มีครั้งแรกก็ย่อมต้องมีครั้งต่อไป มันเริ่มรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ พ่อเลี้ยงเริ่มหาโอกาสลวนลามทางเพศด้วยกับแตะจับเรือนร่างของเธอทุกครั้งที่มีจังหวะ และมีอยู่ครั้งหนึ่งที่พ่อเลี้ยงพยายามพังประตูเข้ามาในห้องของเธอ แต่เธอรีบปีนหน้าต่างวิ่งหนีออกไปได้ทัน พฤติกรรมเหล่านี้กลายเป็นเรื่องที่ตามหลอกหลอนเธอ

พิธีกรสาวคนดัง ระบุว่า ในตอนนั้นเธอไม่ต้องการบอกเล่าเรื่องนี้ให้แม่ได้รู้ เพราะอยากจะปกป้องเธอและไม่อยากทำลายความสุขของแม่ แต่กลับไม่ปกป้องตัวเองเลยสักนิด กระทั่งผ่านไป 4-5 ปี เธอก็ตัดสินใจเล่าเรื่องนี้ให้กับแม่ฟัง แต่แม่ก็ไม่เชื่อ เธอเลือกที่จะอยู่กับสามีคนนี้ของเธอต่อไป

ขณะที่พ่อเลี้ยงของเอเลนได้ปฏิเสธสิ่งที่เธอกล่าวหา และอ้างว่าเธอเล่าเรื่องที่ไม่เป็นความจริง จึงเป็นสิ่งที่ทำให้เธอรู้สึกเจ็บแค้นเป็นอย่างมาก

ทั้งนี้ เอลเลน ได้บอกถึงสาเหตุที่เธอกล้าออกมาพูดมาเรื่องที่เป็นปมด้อยในชีวิตของกับสาธารณชน ก็เพราะว่าอยากให้ผู้หญิงและเหยื่อพฤติกรรมทางเพศทุกๆ คนได้กล้าออกเสียงเพื่อต่อสู้กับการถูกคุกคาม กล้าที่จะปกป้องตัวเอง กล้าที่จะปฏิเสธเสียงแข็ง

เธอยังเล่าถึงฝันร้ายในอดีตต่อว่า ตอนนั้นพ่อเลี้ยงคงมั่นใจว่าเธอไม่มีวันทำร้ายจิตใจแม่ตัวเองแน่ๆ จึงทำให้พฤติกรรมล่วงละเมิดทางเพศยังขึ้นตามมาอีกเรื่อยๆ และเมื่อขัดขืนก็จะถูกข่มขู่สารพัด ทั้งที่พฤติกรรมที่เขาทำอยู่เป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้องเป็นอย่างมาก ดังนั้นก็เปล่งเสียงและพูดออกมาเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยปกป้องตัวเองได้เป็นอย่างมาก

ขอบคุณแหล่งที่มา www.sanook.com

เป้ ควง คารีสา เที่ยวฮ่องกง ปัดเป็นทริปเปิดตัว ขอโฟกัสสุขภาพก่อนค่อยมีคู่!

By LEE มีนาคม 12, 2019 0

เป้ ควง คารีสา วันที่ 11 มี.ค. ที่เซ็นทรัลเวิลด์ เป้ อารักษ์ อมรศุภศิริ ให้สัมภาษณ์ในงาน “Wrangler To The ICONS”

เป้ ควง คารีสา ความสัมพันธ์กับนักแสดงสาว คารีสา สปริงเก็ตต์ ที่ถูกจับตามองอีกครั้ง ถึงแม้จะเคยยืนยันว่าเป็นแค่พี่น้อง แต่ล่าสุดทั้งคู่เพิ่งบินไปเที่ยวฮ่องกงด้วยกัน พร้อมลงภาพในไอจีก่อนจะลบรูปทิ้งไป ทำให้คนในวงการต่างเข้ามาคอมเมนต์แซวว่าเปิดตัวกันแล้ว

โดย เป้ เผยว่า “จริงๆ จองกันไว้นานแล้ว แต่ไม่ใช่ทริปคู่รักครับ น้องเขาอยากไปไหว้พระ เป็นพี่น้องกันครับ ไปกันสองคนแล้วก็ไปเจอเพื่อนที่โน่น ถามว่าที่เจอหนูนากับจูเนียร์ นั่นคือบังเอิญมั้ย ก็ไม่ได้บังเอิญครับ ก็คือไปเจอกัน เรารู้ว่าเขาไป”

คือเราจองไปกับน้อง?
“นานแล้วครับ ไปไหว้พระแล้วก็ไปดิสนีย์แลนด์”

ได้เห็นเพื่อนเข้ามาแซวในคอมเมนต์ไหม?
“ผมไม่เห็นครับ ไม่ได้เข้าไปดู แต่มันไม่มีอะไรนะครับ ต้องขอโทษด้วย น้องเขาก็อยากจะบริสุทธ์ใจในการเป็นพี่น้องกัน เขาก็เลยลงรูป”

หลายคนเชียร์มากสามารถพัฒนาไปได้มากกว่านี้ไหม?
“เป็นพี่น้องน่าจะดีกว่า”

คราวนี้น้องลงเองเลยเหมือนเป็นการเปิดประตูให้เราที่ไม่ค่อยกล้าลง?
“เขาก็อยากจะบอกทุกคนว่า เราไม่ได้มีอะไรกันนะ แต่พอลงคนก็จะเข้าใจผิดไปเป็นแบบนั้น”

คนเข้าไปแซวทั้งวงการเลย?
“น้องพลอย เอ้ย น้องคารีสา เป็นคนน่าแกล้งอยู่แล้วครับ เพื่อนๆ ก็เลยเข้าไปแกล้ง ผมก็ด้วยครับ”

บอกว่าเป็นพี่น้องแต่เลเวลขนาดไหนถึงไปเที่ยวกันสองคน?
“ความจริงก็ไปได้นะครับ ก็เหมือนเป็นเพื่อนกัน”

เป้ ควง คารีสา

ข่าวเกี่ยวข้อง : เป้ ขำไม่ออก โพสต์รูปคู่ คารีสา ถูกแซวคบกัน ขอโทษทำให้วุ่นวาย ยันแค่พี่น้อง
พิเศษกว่าพี่น้องคู่อื่นไหม?
“มันก็มีการดูแลกันแหละครับ แต่ว่าไม่ใช่แบบแฟนกัน”

มีไปขอพรอะไรไหม?
“ผมไหว้เจ้าแม่กวนอิมแล้วก็เทพสุขภาพครับ เพราะผมมีความเสี่ยงหลายอย่างในการใช้ชีวิต ก็เลยขอพรให้สุขภาพแข็งแรง แล้วก็ขอให้งานดีๆครับ”

ไม่ได้ขอเรื่องความรัก?
“ไม่เลยครับ ที่เขาไปผูกด้ายแดง ผมก็นั่งดูเลยครับ ไม่ได้ไปขอเลยครับ เพราะช่วงนี้ผมเอาจริงๆ แล้ว ผมกำลังมีปัญหาสุขภาพจากกีฬาที่ผมเล่น ก็เลยทำให้ผมคิดเรื่องอื่นไม่ออกนอกจากการพักอยู่กับตัวเองให้มันหายก่อน”

ที่ไม่ขอเพราะมีคนรักที่ดีอยู่แล้วหรือเปล่า?
“เปล่าครับ เราแค่ยังคิดว่าดูแลใครไม่ได้ อยากรักษาตัวเองให้หายก่อน สมองผมก็เลยคิดอยู่เรื่องเดียวคือการหายจากอาการบาดเจ็บ”

ถ้าอยากหายต้องมีคนดูแลข้างกายนะ?
“ต้องนอนครับ นอนให้พอ เวลาไปชอบใครเราก็จะชอบเสียเวลามากๆ กับอะไรแบบนั้น ควรจะนอนให้พอก่อนที่จะไปดูแลใคร”

สาวๆ คนอื่นอาจไม่กล้าเข้ามาเพราะติดคารีสา?
“ไม่ๆ ไม่ต้องคิดแบบนั้น เช่นกันหนุ่มๆ ก็ไม่ต้องคิดแบบนั้นครับ”

ถ้าหนุ่มๆ คนไหนอยากจีบคารีสาก็ได้?
“ต้องไปคุยกับเขาเองผมไม่เกี่ยวครับ”

เราเปิดไหมถ้าคนอื่นๆ จะเข้ามา?
“ตอนนี้ผมยังไม่ค่อยเปิด อย่างที่บอกผมดูแลสุขภาพอยู่ครับช่วงนี้ มันมีอะไรหลายอย่างที่จะต้องพักให้พอ หมายความว่าก็อาจจะไม่ได้ไปคุยกับใคร เพราะว่ามันจะไม่หายถ้ามันไม่ได้พัก”

น้องดูแลยังไงบ้าง?
“ผมไม่ได้อยู่กับใครเลยครับผมอยู่คนเดียว”

ถ้าทุกอย่างลงตัวหมดแล้วจะหันมาโฟกัสความรักไหม?
“ใช่ครับ มนุษย์ก็ต้องมีคู่ แต่ว่าอาจจะยังไม่ใช่เวลานี้”

เราไม่กล้าลงรูปคู่กับน้องเพราะกลัวคนเข้าใจผิด?
“ผมลงสตอรี่ครับ”

เป้ ควง คารีสา

เราดูตอบแบบเขินๆ?
“ไม่ๆ ผมไม่รู้ว่าจะตอบยังไง ให้มันถูกต้องที่สุด แต่อันนี้คือความจริงครับ”

ในความเป็นพี่น้องพัฒนาได้อีกไหม?
“ผมว่าไม่มี เป็นเพื่อนที่ปรารถนาดีต่อกันไปเรื่อยๆ ดีกว่า”

คนแซวว่าไปเป็นคู่ๆ?
“ไม่ได้ตั้งใจจะไปเป็นคู่ๆ แบบนั้นครับ จูเนียร์กับหนูนาเราก็ไปเจอกัน ผมเคยเล่นละครกับหนูนาก็สนุกด้วยกันมาก ส่วนน้องก็ทำงานกับจูเนียร์มานาน”

ทริปนี้น้องมาบ่นอยากไปแล้วเราก็พาไปหรือน้องมาชวนไป?
“เป็นทางเพจท่องเที่ยวเขาชวนไว้นานมากแล้ว เราก็เลยไป”

ไปทำงานด้วยไหม?
“ไม่ใช่เลยครับ เที่ยวล้วนๆ ไหว้พระ”

นอกจากปัญหาสุขภาพมีอะไรที่ทำให้เรายังไปต่อไม่ได้ไหม?
“ปัญหาสุขภาพน่าจะเป็นเรื่องเดียว ที่ผมปวดหัวอยู่ตอนนี้”

เรื่องสุขภาพทำให้ไม่ไปต่อเรื่องความรัก?
“ใช่ครับ คอพังตอนนี้”

สุขภาพมันเป็นยังไง?
“ผมประสบอุบัติเหตุจากการเล่นกีฬาต่อสู้ ปล้ำๆ เราพลาดไปโดนล็อคคอแล้วเขาล็อคแรงไป ทำให้ผมไม่สามารถร้องเพลงได้เหมือนเดิม ต้องใช้เวลานานมากในการรักษา เส้นเสียงผมโอเคแต่มันเป็นเรื่องของกล้ามเนื้อ ผมกำลังจะปล่อยเพลงใหม่แต่ผมร้องเพลงไม่ได้ผมเครียดมาก ผมไม่มีหัวจิตหัวใจจะไปทำอย่างอื่น ทั้งที่เราซ้อมมาตลอดในปีที่ผ่านมาเพื่อจะปล่อยเพลงนี้ กลับกลายเป็นว่าเรากำลังจะปล่อยเพลงแต่ร้องเพลงได้ไม่เต็มที่ ก็หวังว่าภายในเดือนนี้มันจะหาย”

คุณหมอบอกว่าเป็นอะไร?
“น่าจะเป็นกล้ามเนื้อครับ แต่ว่ามันหนักเกินไป ต้องพักผ่อนให้เยอะขึ้น ตอนนี้นอนอยู่บ้านอย่างเดียว”

มันทำให้เจ็บปวดหรือเสียงหาย?
“ฉันไม่สามารถขึ้นเสียงแบบที่เราทำได้ ผมอาจจะร้องเพลงไม่ดีนะแต่เสียงของกว้างมากนะ อันนี้มันเหมือนหายไปช่วงหนึ่งเลย”

ต้องใช้เวลานานไหมกว่าจะหาย?
“ก็คิดว่าต้องพักผ่อน”

ไม่ถึงขนาดต้องรักษาจริงจัง?
“เอ็กซเรย์ไปแล้วครับ หาหมอไป 3 คนแล้ว เดี๋ยวพรุ่งนี้จะหาคนที่ 4 เราค่อนข้างเครียดกับเรื่องนี้มันเป็นเรื่องใหญ่ แต่เชื่อว่ามันคงจะกลับมา ตอนนี้ก็เริ่มดีขึ้น แต่ผมจะไม่เอาตัวเข้าไปเสียงในกิจกรรมที่ทำให้ผมเสียเวลานอน”

ทำไมเปลี่ยนหมอบ่อย?
“ก็อยากรู้จริงๆว่ามันเป็นอะไรกันแน่”

เหมือนนอยด์ๆ?
“นอยด์ครับ ตอนนี้นอยด์เรื่องนี้เรื่องเดียวเรื่องอื่นก็สบาย เราก็จะไม่เอาเวลาไปทำอย่างอื่นนอกจากสิ่งที่เราต้องทำ ที่เหลือเราก็จะนอน”

แล้วเพลงที่จะปล่อย?
“ปล่อยวันที่ 14 …

บี น้ำทิพย์ โสดแฮปปี้เว่อร์ โชว์เซ็กซี่ได้ ยัน ฟิล์ม แค่น้องจริง ๆ หวั่นคนไม่กล้าจีบ

By LEE มีนาคม 10, 2019 0

บี น้ำทิพย์ แจงทริปทะเลเดือด บอกโตแล้วลงเซ็กซี่ได้ เผยชีวิตโสดแฮปปี้เว่อร์ ยืนยัน ฟิล์ม ธนภัทร เป็นแค่น้องและคู่จิ้นในการทำงานเท่านั้น

บี น้ำทิพย์ หลังมีข่าวลือเป็นแฟนกัน กลัวคนเข้าใจผิดไม่กล้าเข้ามาจีบ

พอโสดแล้วขยันโชว์ความเซ็กซี่อยู่บ่อย ๆ สำหรับนักแสดงและนางแบบสาว บี น้ำทิพย์ สาวโสดที่แซ่บที่สุดในตอนนี้เลยก็ว่าได้ โดยเฉพาะเซตภาพเที่ยวทะเลที่ทำเอาทะเลเดือด แฟนคลับฮือฮากันสุด ๆ ล่าสุด (9 มีนาคม 2562) ได้เจอตัวสาวบี เจ้าตัวก็อัปเดตเรื่องหัวใจให้ได้ฟังกัน รวมถึงยอมรับว่ามีคนเข้ามาคุย แต่ยังไม่มีใครพิเศษ พร้อมยืนยันความสัมพันธ์กับหนุ่มฟิล์ม ธนภัทร เป็นแค่พี่น้องกันเท่านั้น หลังมีข่าวลือเป็นแฟนกัน ไม่อยากให้คนเข้าใจผิด กลัวไม่มีใครกล้าเข้ามาจีบ

ช่วงนี้ไอจีเผ็ดร้อนมาก ?

บี  : (หัวเราะ) ก็ไปเที่ยวทะเลปกติค่ะ บีชอบทะเลมากอยู่แล้วเป็นทุนเดิม การได้มาทะเลมันเหมือนได้พักผ่อน เราไปทะเลเราก็ต้องใส่ชุดว่ายน้ำ ซึ่งชุดบีก็ไม่ได้เห็นอะไรขนาดนั้น

โสดแล้วขายของเหรอ ?

บี  : เอาจริง ๆ การจะถ่ายรูปแบบนี้เราก็ต้องดูอายุด้วย ถ้าแก่มากกว่านี้ก็คงไม่กล้าโพสต์แล้วค่ะ คงไม่มีใครอยากดูแล้ว ตอนนี้เรายังอยู่ในวัยที่ลงได้ ก็ลงไว้เหมือนเก็บไว้ดูในไอจีของเรา อยากจะลงอะไรก็ลง

ซัมเมอร์นี้คิดจะถ่ายเซ็กซี่จริงจังไหม ?

บี : คงยังไม่มี ถ่ายตัวเองดูเองดีกว่า เดี๋ยวนี้คิดว่าถ้าไปถ่ายแบบลงหนังสือ บางทีเราควบคุมเรื่องภาพไม่ได้ เราเอาที่เราสบายใจ เซ็กซี่ในลิมิตของเราดีกว่า

บี น้ำทิพย์

โสดแล้วแฮปปี้ ?

บี  : แฮปปี้มากค่ะ มีความสุข ตอนนี้ก็มีคนเข้ามาคุยปกติ เป็นเหมือนเพื่อนกัน บีไม่เชิงว่าเปิด การที่ใครเข้ามาคุยเราก็คุยเป็นมารยาทมากกว่า ไม่ใช่ว่าเข้ามาคุยแล้วเราจะไล่เขาไปไกล ๆ คุยกันเป็นเพื่อนไปก่อน ตอนนี้คิดว่ายังแฮปปี้กับชีวิตโสด อยากมีชีวิตที่ไม่ต้องไปนึกถึงคนอื่น

เริ่มหวงชีวิตโสดแล้ว ?

บี  : ถึงเวลาก็อยากมีแฟนนะคะ เราอาจจะเลิกกันมาสักพักใหญ่ ๆ แล้ว แต่เรายังรู้สึกว่าไม่พร้อมจะมีใครเข้ามาเป็นแฟนตอนนี้มากกว่า ยังไม่เจอมากกว่า

แฟนคลับยังเชียร์ ฟิล์ม ธนภัทร กันแน่น ?

บี  : ไม่ได้เจอกันเลยค่ะ ถ้าไม่ได้ทำงานร่วมกัน ก็คือไม่เจอเลย

แต่เจอกันทีก็ฟิน ?

บี  : (หัวเราะ) คือเราเล่นละครด้วยกันจนสนิทกัน ก็จะหยอกล้อเล่นกันเป็นปกติ แต่มันไม่มีอะไรมากกว่านั้น

บี น้ำทิพย์

ในงานหนึ่งที่ผ่านมา เขาเอาไปเล่นประเด็น และตีความว่าเป็นแฟนกันแล้ว ?

บี  : อันนี้ตกใจเหมือนกัน บีได้เห็นอยู่ ตอนนั้นสัมภาษณ์คู่ เราก็พูดไปแล้วว่าไม่ได้เป็นอะไรกัน เราเคลียร์ชัดเจนมาก แต่คือเราไปพูดแซวกันบนเวที แล้วเขาเอาไปตีความ ก็อาจเป็นความผิดบีด้วยที่อาจจะเล่นมากไป แต่เราเล่นกันแบบนี้ปกติ เราเล่นกันโดยที่ไม่ได้คิดอะไร มันก็เลยไม่ได้คิดอะไร คนอื่นอาจจะคิดเกินเลยว่าเราเป็นแฟนกัน มีการบอกว่า ฟิล์มบอกว่าเราคบกันอยู่ พอมันมีข่าวบีก็ส่งข้อความไปถามน้องว่าเธอพูดเหรอ เธอไปพูดตอนไหน งงมาก เขาก็บอกไม่ได้พูดเลย งงเหมือนกัน

แค่แซวกันเฉย ๆ หรือเปล่า ?

บี  : ก็หวังว่าจะแค่แซว ๆ กัน เพราะที่อ่านดูจริงจังมาก เรายังไม่ได้เป็นแฟนกันนะคะ เราเป็นคู่จิ้นในการทำงาน แต่ถ้าเล่นมาก ๆ บีกลัวว่าคนอื่นจะไม่กล้าเข้ามาจีบบี เพราะคิดว่าบีเป็นแฟนฟิล์มจริง ๆ บีขอประกาศตรงนี้เลยนะคะว่าบีโสด ยังไม่มีแฟนนะคะ เผื่อใครไม่กล้าจีบบี (หัวเราะ) กลัวคนเข้าใจผิด

เรากังวลอยู่เหมือนกัน ?

บี  : คือถ้าแซวในเรื่องงานมันก็โอเค แต่ตอนนี้มันอาจทำให้คนเข้าใจผิด คนที่อยากจะเข้ามาคุยกับเราจริง ๆ ก็อาจจะคิดว่าเรามีแฟนแล้ว ซึ่งบีไม่อยากปิดโอกาสตัวเอง

ตอนนี้เปิดโอกาสให้ทุกคน ?

บี  : ก็คุยได้ แต่เรายังไม่ได้ไม่เชิงว่าเปิดให้ทุกคนนะ เพียงแต่เราก็บอกไม่ได้ว่าเราจะคลิ๊กกับใครเหมือนกัน

ขอบคุณแหล่งที่มา https://women.kapook.com

โบว์ เมลดา ควง โดนัท เที่ยวญี่ปุ่น คนเชียร์ให้เป็นแฟน ลั่นเรียนจบค่อยว่ากัน

By LEE มีนาคม 9, 2019 0

โบว์ เมลดา นางเอกสาวชื่อดัง โบว์  มาร่วมงานแถลงข่าวครั้งที่ 2 การประกวดไทยซูเปอร์โมเดลคอนเทสต์ 2019

โบว์ เมลดา เมื่อวานนี้(7มี.ค.) ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว หลังจบงานได้ให้สัมภาษณ์ถึงทริปเที่ยวญี่ปุ่นกับพระเอกรุ่นน้อง โดนัท ภัทรพลฒ์ เดชพงษ์วรานนท์ มีภาพคู่หวานๆ ตอกย้ำความสนิทสนมของทั้งคู่ จนแฟนคลับเข้ามาแซว พร้อมเชียร์ให้เปิดตัวสถานะแฟนได้แล้ว

ทริปญี่ปุ่นเป็นอย่างไรบ้าง?
“สนุกมาก และเหนื่อยมาก ไม่ได้เที่ยวเลย ไปตามสถานที่ต่างๆ ไปถึงปั๊บ ถ่ายรูปแล้วขึ้นรถกลับ เหมือนไปโปรโมตจังหวัดชิซึโอกะ แลกเปลี่ยนวัฒนธรรม ซึ่งปีนี้มีโดนัท(ภัทรพลฒ์)ไปด้วย พ่อแม่โดไม่ได้ไปด้วยค่ะ เพราะเขาต้องไปทำงาน ไปญี่ปุ่นเหมือนกันแต่คนละจังหวัด ไม่ได้เจอกันเลยค่ะ พ่อกับแม่โดทำงาน เราก็ทำงานเหมือนกัน จริงๆ เราไม่ได้ไปเที่ยวเลย ทำงานทุกวัน ถึงไม่ได้เที่ยว แต่กินเยอะมาก การทานอาหารกับคนญี่ปุ่น ถ้ากินไม่หมดถือว่าเสียมารยาท น้ำหนักขึ้นมา 2 โลแล้วจ้า 57 แล้วค่ะ โดนสั่งลดแล้วค่ะ”

ไปกับโดนัท เห็นภาพของเราสองคน?
“นั่นแหละ เอาภาพมาฝากแฟนคลับบ้านคู่ด้วย เขาจะได้หายคิดถึงกัน เห็นที่แฟนๆ แซวเยอะเลย แต่ละคนแซวกันแบบ อุ๊ย! อยากแซวจังเลย เราชินแล้ว เรารู้ว่าเราเป็นอะไรกันไง ไม่ได้รู้สึกอะไรมากขนาดนั้น เราเป็นเพื่อนกันค่ะ”

โบว์ เมลดา

คนเชียร์ให้เป็นแฟนกัน?
“มีคนเชียร์ให้เป็นแฟนกันเยอะ ถ้าเป็นแฟนกันมันเป็นเรื่องอนาคต ในความรู้สึกโดกับโบ เหมือนความคิดตรงกันที่ว่า ถ้าจะมีแฟน แม่โดบอกว่าอยากให้โดเรียนให้จบ ของโบเองก็อยากให้เรียนจบก่อน เราอยู่ในสังคมไทย รักกันแล้วดราม่าเนาะ เลยรู้สึกว่าทำให้ถูกตามธรรมเนียมประเพณีดีกว่า เรียนจบแล้วค่อยมีแฟน มีหน้าที่การงานอนาคตที่ดีค่อยมามุ่งเรื่องนี้ เรามีคุย แต่เรายังไม่รู้สึกว่ามันเปิดแล้วมันจะดี อยากให้ใช่จริงๆ มั่นคงจริงๆ แล้วค่อยเปิด”

ยังคงสถานะเป็นเพื่อนไปก่อน?
“ตอนนี้เป็นเพื่อนกันจริงๆ ไปถามแม่ได้เลย แม่ก็รู้สึกว่าเป็นเพื่อน พ่อก็บอกว่า มันเป็นเพื่อนกันจริงๆ เนาะ เพราะตอนแรกแม่คิดว่าจีบกัน เราไม่อยากเปิด ต้องดูก่อนว่าถ้าเรียนจบแล้ว เขายังอยู่มั้ย ถ้ายังอยู่ก็พร้อมเปิด มีไปไหนมาไหนด้วยกันบ้าง แต่ไม่เยอะ ถือว่าน้อยมากสำหรับคนที่คุยกัน มันไม่ได้เจาะจงว่าจะเป็นแฟนกัน คุยกันไปเรื่อยๆ แต่แค่ไม่ได้มีใครไปมากกว่านี้”

คู่เรามีเงื่อนไขในการคุยกันแบบไหน?
“เงื่อนไขคืออย่าเยอะเนาะ เข้าใจเรา เข้าใจในการทำงานของเรา เข้าใจในวิถีการใช้ชีวิตของเรา เราเป็นแบบนี้ เราโอเค ไม่ใช่ว่าอยากมีแฟน อยากมี แต่ขอเรียนจบก่อน เพราะไม่อยากให้ผู้ใหญ่หรือคนภายนอกมามองว่ายังเรียนไม่จบเลย รีบมีแฟนซะแล้ว ซึ่งสมัยนี้มันเป็นเรื่องธรรมดากับการที่เด็กอายุต่ำกว่า 20 มีแฟน ซึ่งมันเป็นเรื่องปกติ เราอยู่ในตรงกลาง คนสาธารณะก็ควรจะทำอะไรที่ถูกต้อง ควรจะเชื่อฟังพ่อแม่”

ตอนนี้คุยกับโดนัทแค่คนเดียว?
“คุยกับหลายคนค่ะ แต่ว่าสถานะโดคือเพื่อนที่สนิทจริงๆ คุยได้ทุกเรื่องจริงๆ บางทีการใกล้ชิดกันก็เป็นการนินทาคนอื่นนะคะ”

กลัวว่าคนที่คุยจะรอไม่ได้ไหม?
“รอไม่ได้ก็ไม่ต้องรอ หาใหม่ได้ แฮปปี้ สวยมากจ้า(หัวเราะ) ต้องตกลงกันเรียบร้อยว่าถ้ามันใช่จริงๆ ค่อยเปิดตัว รักจริงต้องรอได้ซิจ๊ะ ถ้ารอไม่ได้ก็ไปเลยจ้า พ่อแม่ก็เจอ ไฟเขียวอยู่แล้ว ไม่ได้ห้าม เพราะพ่อแม่ต้องรับรู้ว่าเราคุยกับใคร เราสนิทกับใคร ถ้ามีภาพคู่กันจากปาปาราซซี่ ไม่เป็นไร เพราะคนชอบถ่ายรูปมาก กินข้าวอ้าปากก็ถ่ายรูป ถ่ายทำไม รูปไม่เห็นสวยเลย”

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.khaosod.co.th

ออย แสงศิลป์ รถแห่แจ้งเกิด ประคองตัวเอง-รู้ดียิ่งสูงยิ่งหนาว

By LEE มีนาคม 8, 2019 0

ออย แสงศิลป์ จากหมอลำซิ่ง ‘แสงศิลป์ ถิ่นอุบล’ สู่ นักร้องรถแห่ และแจ้งเกิดในวงการเพลงลูกทุ่งใช้ชื่อ ‘ออย แสงศิลป์’ กับเพลง “ภาวะแทรกซ้อน”

ออย แสงศิลป์ ยอดวิวถล่มทลาย 300 ล้านวิว ตามมาติดๆ ด้วยเพลง “ขีดอันตราย” ที่ยอดวิวก็ทะยาน 200 ล้านวิว และซิงเกิลที่ 3 “จากไปอย่างสงบ” ยอดวิวก็ไต่ระดับขึ้นวันละล้านวิว

ล่าสุดหนุ่มเมืองอุบล ‘ออย แสงศิลป์’ หรือ ‘ชยธร ทองบุราณ’ วัย 23 ปี แจ้งเกิดสู่สายลูกทุ่งอินดี้เต็มตัว ในสังกัดกีตาร์ เรคคอร์ด และคว้ารางวัลศิลปินหน้าใหม่ รางวัลมหานคร อวอร์ดส ครั้งที่ 15 ประจำปี 2562 มีคิวงานแน่นข้ามปี เลยต้องล็อกคิวมาทักทายกับแฟนๆ

◆ มาเป็น ออย แสงศิลป์ได้ยังไง
ออย – “เริ่มต้นเลยเป็นนักร้องหมอลำซิ่งตามงานเลี้ยง แล้วรู้จักกับทีมงานรถแห่ทัศน์เจริญซาวด์ศรีสะเกษ จ.ศรีสะเกษ ก็ร่วมงานกันมา 1-2 ปี ได้ทำคลิปคัฟเวอร์เพลงลงยูทูบ ก็เริ่มมีคนสนใจจากหลักแสนเป็นหลักล้าน ก็ตกใจอยู่นะ แล้วก็ได้มารู้จักกับ อ.เธค คอนสาร ที่ได้โทร.หาอยากให้ทำเพลงร่วมโปรเจ็กต์ด้วยกัน คือตัวเองเป็นคนไม่ได้อยู่กับค่าย เราเป็นศิลปินงานเลี้ยงทั่วไปเมื่อก่อนจะไม่กล้าเข้าค่าย ไม่ค่อยกล้าคุยกับผู้ใหญ่ โชคดีที่ อ.เธค ใจดี คุยง่าย เลยได้มาร่วมงานกัน ปล่อยเพลงแรก ภาวะแทรกซ้อน”

◆ เพลงแรก ภาวะแทรกซ้อน ยอดวิว 200 ล้านกว่าแล้ว
ออย – “ช่วงแรกระแส ยังดร็อปอยู่ พอผ่านไปเดือนหนึ่ง ค่อยๆ ขยับวันละล้านวิว วันละสองล้านวิว ตอนนี้จะเข้า 300 ล้านวิวแล้วครับ ไม่เคยคิดเลยครับว่าจะเปรี้ยง ช่วงแรกที่ปล่อยเพลงประมาณ 2 เดือน ผมรับงานไม่ได้เลยนอกจากแห่ลำซิ่ง”

◆ ก่อนจะมาเป็นนักร้อง ทำอะไรมาก่อน
ออย – “เป็นนักร้องนี่แหละครับ พ่อแม่เป็นนักร้อง เคยทำวงหมอลำ พอเราเรียนจบ ก็มาเป็นนักร้องเลย วงหมอลำของพ่อแม่เป็นวงหมอลำเรื่องต่อกลอนสมัยก่อน ชื่อวงเพชรน้ำเอก เป็นวงที่ใหญ่และถือว่ามีชื่อเสียงพอสมควรในสมัยนั้น ตอนนี้วงยุบไปนานแล้ว เพราะเกิดอุบัติเหตุรถสิบล้อขนของคว่ำ ตอนที่พ่อกับแม่ทำวงหมอลำ ผมยังอยู่ในท้อง หลังจากวงหยุดไปแล้ว พ่อกับแม่ก็ยังรับงานอยู่เป็นลำซิ่ง เวลาไปงานได้ร้องเพลงกับพ่อแม่ ก็ได้ฝึกฝน ส่วนเรียนหมอลำ ผมเรียนกับ อ.สายทอง ไชยโกศ เป็นครูบาอาจารย์หมอลำซิ่ง จ.อุบลราชธานี”

ออย แสงศิลป์ 

◆ แต่งเพลงเองมั้ย
ออย – “เพลงแรก ภาวะแทรกซ้อน เป็นเพลงของหมอลำรุ่นพี่ รามิล ต้นแก้ว ส่งมาให้ เพลงที่สอง ขีดอันตราย ของ อ.อาทิตย์ ศรีสุข คนที่แต่งเพลงให้อินดี้ยุคเก่า ผมไปลองศึกษาเพลงของแก ชอบสำเนียงเลยติดต่อให้แก แต่งเพลงให้”

◆ เพลงที่สอง ขีดอันตราย 200 ล้านวิว ปล่อยมา ก็ยังกระแสแรงต่อเนื่อง
ออย – “ก่อนที่จะปล่อยเพลงที่สอง ขีดอันตราย รู้สึกกดดันพอสมควร เราทำเพลงแรกดีแล้ว อยากให้เพลงที่ สองดียิ่งขึ้นไป กลายเป็นจุดที่ทำให้เรากดดัน ทำให้เราตั้งใจทำงาน คัดเลือกทุกอย่างให้ดีกว่าจะมาเป็นเพลง ขีดอันตราย เป็นเพลงที่สอง และเพลงที่สาม จากไปอย่างสงบ ตอนนี้ยอดวิวก็ขึ้นเรื่อยๆ อยู่วันละล้าน 80 กว่าล้านแล้ว”

◆ ชื่อเพลง 3 เพลง ไปทางเดียวกัน คือตั้งใจ
ออย – “เป็นความตั้งใจ เนื้อหาไม่ได้ผูกพันกัน แต่ชื่อจะพันกันมา คนคิดชื่อเพลง อ.เธค คอนสาร ครับ”

◆ 3 เพลง เปรี้ยงทุกเพลง
ออย – “ยิ่งอยู่สูงยิ่งหนาวครับ ก็พยายามประคองตัวเองให้ดีที่สุด”

◆ ปัจจัยความสำเร็จของเราคืออะไร
ออย – “คนฟัง …

มินดา สุดทน! ตอกกลับ “แซ็ค ชุมแพ” ไหนว่าจบ แต่ส่งหมายเรียกมาทำไม

By LEE มีนาคม 7, 2019 0

มินดา สุดทน กลายเป็นประเด็นที่ทำให้ใครต่อใครหลายคนต่างช็อกไปตามๆ กัน เมื่อจู่ๆ นักร้องลูกทุ่งหนุ่ม แซ็ค ชุมแพ ได้ประกาศออกสื่อว่าตนชอบผู้ชาย

มินดา สุดทน แซ็ค ชุมแพ ได้ออกมาขอโทษ พร้อมชี้แจงทันทีว่า สิ่งที่พูดไปเป็นเพียงการพูดเล่น เพราะไม่อยากตอบเรื่องราวเกี่ยวกับอดีตแฟนสาวอีกก็เท่านั้นเอง

ล่าสุด มินดา มีทรัพย์สิน อดีตแฟนสาวของ แซ็ค ชุมแพ ได้เปิดใจกับสื่อมวลชนถึงเรื่องราวดังกล่าวที่เกิดขึ้น โดยเจ้าตัวยืนยันว่า แซ็ค ชุมแพ เป็นผู้ชาย 100 เปอร์เซ็นต์ เข้าใจนิสัยเป็นคนชอบพูดเล่นไปเรื่อยจนทำให้เกิดเรื่อง พร้อมบอกสาเหตุที่ออกมาพูดอีกครั้ง คือไม่เข้าใจว่าก่อนหน้านี้ฝ่ายชายบอกเรื่องจบไปแล้ว แต่ทำไมยังส่งหมายศาลมาถึงบ้าน

ที่ออกมาวันนี้ต้องการจะบอกอะไรกับสังคม ?
“คือทุกคนเข้าใจว่าจริงๆ น่าจะจบแล้ว เพราะเขาให้สัมภาษณ์ เขาบอกตลอดว่าตัวเขาจบแล้ว โอเคหน้าสื่อ เขาอาจจะบอกว่าเขาจบ แต่หลังสื่อ เขาส่งหมายเรียกมาหาเรา มันคืออะไร”

หมายเรียกข้อหาอะไร ?
“หมิ่นประมาทค่ะ หมิ่นประมาทโดยการโฆษณา”

จากการที่เราแถลงข่าววันนั้น ?
“เขาไม่ได้บอกละเอียดมากค่ะ ก็เลยให้ทนายของเราดำเนินการค่ะ”

สิ่งที่เขาทำ ทำให้เราต้องออกมาปกป้องตัวเองยังไงบ้าง ?
“ก็ตั้งแต่วันที่เขาแถลงข่าว มันมีทั้งแชทจริง และแชทปลอม ถูกไหมคะ แชทจริงซึ่งเอาออกมาไม่หมด มันก็บิดเบือนข้อเท็จจริง แล้วก็มีแชทปลอมอีก ที่เอาออกมา ซึ่งจริงๆ ตอนแรกเราจะจบแล้ว แต่อยู่ดีๆ มันมีหมายเรียกมาที่บ้านเรา เราก็เลยต้องออกมาปกป้องศักดิ์ศรีของตัวเอง”

สิ่งที่เรากำลังจะบอก คือแซ็คใช้หลักฐานปลอม มากล่าวหาเราใช่ไหม ?
“ใช่ค่ะ มีหลักฐานปลอม ในวันที่เขาแถลงข่าว มีการนำหลักฐานปลอมมาโชว์ต่อหน้าสื่อ”

เรามั่นใจไหมว่าเขาทราบว่านั่นคือหลักฐานปลอม ก่อนที่จะนำออกมา ?
“อันนี้ไม่มั่นใจ ว่าเขารู้หรือเปล่า แต่ว่าตัวเราเองมั่นใจว่ามีหลักฐานปลอมแน่นอนค่ะ”

เราสามารถระบุได้ไหม ว่าอันไหนคือหลักฐานปลอม ?
“สามารถระบุได้ค่ะ แต่ขอพูดไม่เยอะแล้วกัน กลัวมันจะเสียรูปคดี ก็คือจะเป็นแชทที่แจกแจงรายละเอียด ที่บอกว่าค่าน้ำมัน ค่าอะไรตรงนั้น เป็นของปลอมค่ะ เพราะว่าเราไปเช็กมาแล้ว เราไม่ได้คุยกับใคร”

นี่คือสิ่งที่เรายืนยัน ว่าแชทนั้นไม่ใช่แชทของเรา ?
“ใช่ค่ะ ไม่ใช่แชทของเรา ไปย้อนดูมาทั้งหมดเลย ไม่ได้คุยกับใคร”

งงไหม ทำไมแซ็คถึงคิดว่าเป็นของเรา ถึงขั้นเอาออกมาโชว์ ?
“ก็งงค่ะ งงมากเลยค่ะ”

หลังมีหมายมา เราได้ติดต่อกลับไปถามเขาไหม ?
“หลังจากมีหมายมาก็โทรไปค่ะ แต่ว่าไม่ได้รับ แล้วก็มีการแชทไลน์ไป อย่างที่เห็นเลยคือก่อนหน้านั้นอ่านไม่ตอบ แล้วหลังจากนั้นก็คือไม่อ่านเลยค่ะ”

นี่คือการที่ทำให้เราเสียความรู้สึกกับผู้ชายคนนี้ เป็นครั้งที่สอง ?
“ใช่ค่ะ เสียความรู้สึกมาก จริงๆ เราโดนเขาทิ้งเราก็เสียใจพอแล้ว แล้วไหนเขายังจะตั้งโต๊ะแถลงข่าวอีก แล้วล่าสุดก็ยังจะส่งหมายเรียกมาให้เราอีก ทั้งๆ ที่คุณบอกว่าคุณจบแล้ว คุณพูดว่า ผมจบแล้ว จบตั้งแต่วันแถลงข่าว แต่อยู่ดีๆ หมายเรียกดันมาหาเรา”

ข้อหาหมิ่นประมาทที่เขาฟ้องเรา เราคิดว่าเราหมิ่นเขาเรื่องอะไรบ้าง ?
“อันนี้ต้องขออธิบายก่อน ว่าหมายเรียกไม่ได้เป็นชื่อเรา แต่เป็นชื่อพี่สาว คือพี่หญิง ที่ไปแถลงข่าวด้วย เราก็เลยเข้าใจว่าน่าจะเป็นวันที่แถลงข่าว เพราะวันนั้นเราก็เบลอๆ แทบไม่ได้พูดอะไรเลย คนที่พูดเยอะก็จะมีพี่หญิงกับแม่ หมายมันก็เลยไปที่พี่เขา คนที่เป็นจำเลยเป็นพี่หญิงค่ะ แต่พอเขาส่งมาแบบนี้ เรารู้เลยว่าเขาไม่จบ ไม่จบอย่างที่เขาพูด”

ทุกครั้งที่เขาออกสื่อ เขาก็พยายามหลีกเลี่ยงคำถามที่เกี่ยวกับเรา ?
“ค่ะ ใช่ค่ะ”

เรารู้สึกว่ามันย้อนแย้งไหม ไม่พูดแต่ว่าส่งหมายพร้อมเลย ?
“ใช่ค่ะ”

หมายมานานหรือยัง ?
“หมายออกวันที่ 7 ธันวาคม 2561 ก็คือมาถึงเราในเดือนธันวาคมนี่แหละค่ะ ตัวแซ็คแถลงข่าววันที่ 28 กันยายน เราแถลงข่าว 1 ตุลาคมค่ะ”

ตอนนี้เรื่องคดีไปถึงไหนแล้ว ?
“เรื่องคดีตอนนี้ก็อยู่ในกระบวนการของกฎหมายค่ะ มีทนายมาช่วยดำเนินการอยู่”

ในฝั่งของเรา ฟ้องแซ็คไปคดีอะไรบ้าง ?
“ก็หมิ่นประมาทเหมือนกันนี่แหละค่ะ อย่างที่บอกว่าทางเขาเอาหลักฐานปลอมออกมา แล้วก็มีหลักฐานจริง แต่เอาออกมาไม่หมดมันบิดเบือนข้อเท็จจริง ทำให้คนอื่นเข้าใจเราผิด”

มีเรียกร้องเรื่องเงินบ้างไหม ?
“เรื่องเงินที่เขายืมไป ก็คือปล่อยแล้วค่ะ ปล่อยให้เป็นเรื่องของคดีความดีกว่า”

แสดงว่าเราไม่ได้หวังเงินก้อนนั้นแล้ว ?
“ไม่ได้หวังแล้วค่ะ”

แซ็คมีส่งทีมทนายหรือทีมกฎหมายมาคุยกับเราบ้างไหม ?
“ไม่ค่ะ อยู่ดีๆ ก็มีหมายมาเลยค่ะ ไม่ได้มีการส่งใครมาคุยอะไร แต่ว่าขอเล่าย้อนนิดหนึ่ง ก็คือว่าหลังจากที่เราแถลงข่าววันที่ 1 …

ป๊อบ-ปาล์มมี่ คว้านักร้องแห่งปี The Guitar Mag Awards 2019

By LEE มีนาคม 6, 2019 0

ป๊อบ-ปาล์มมี่ เมื่อวันที่ 5 มี.ค. ที่ผ่านมา ที่ศูนย์การค้าโชว์ ดีซี นิตยสาร เดอะ กีตาร์ แม็ก

ป๊อบ-ปาล์มมี่ งาน “The Guitar Mag Awards 2019 Real Awards for Real Artists” เพื่อมอบรางวัลเกียรติยศให้กับศิลปิน ทั้งเบื้องหน้าและเบื้องหลังของวงการเพลงไทย
บรรยากาศภายในงานมีศิลปินมาร่วมงานมากมาย อาทิ บุรินทร์ บุญวิสุทธิ์, บอดี้สแลม, โปเตโต้, บิ๊กแอส, แคลช, เรโทรสเปกต์, โลโมโซนิค, หนุ่ม กะลา, โดม-ปกรณ์ ลัม, ดา เอ็นโดรฟิน, โพลีแคต, ค็อกเทล, วันเดอร์เฟรม, โต้ง ทูพี, มายด์, ซีล, เดอะ มูสส์, อีทีซี, ลุลา, เอิ๊ต-ภัทรวี และ BNK48
โดยการประกาศผลมีทั้งสิ้น 12 รางวัล ดังนี้
รางวัลที่มอบให้กับผู้คร่ำหวอดในวงการดนตรี ทั้งเบื้องหน้าและเบื้องหลัง และสร้างคุณูปการให้กับวงการเพลงบ้านเรา ได้แก่ เรวัต พุทธินันทน์

รางวัล Best Male of The Year มอบให้กับนักร้องชายยอดนิยมแห่งปี ได้แก่ ป๊อบ-ปองกูล สืบซึ้ง สังกัดค่าย White Music

รางวัล Best Female of The Year มอบให้กับนักร้องหญิงยอดนิยมแห่งปี ได้แก่ ปาล์มมี่ อีฟ ปานเจริญ สังกัดค่าย genie records

ป๊อบ-ปาล์มมี่

รางวัล Best Band of The Year มอบให้กับวงดนตรียอดเยี่ยมแห่งปี ได้แก่ วง Bodyslam สังกัดค่าย genie records

รางวัล Single Hit of The Year มอบให้กับเพลงฮิตที่ได้รับความนิยมแห่งปี ได้แก่ เพลง ซ่อนกลิ่น ศิลปิน ปาล์มมี่ สังกัดค่าย genie records

รางวัล Best Style of The Year มอบให้กับวงดนตรีที่มีแนวเพลงโดดเด่นแตกต่าง และได้รับความนิยมแห่งปี ได้แก่ บุรินทร์ บุญวิสุทธิ์ สังกัดค่าย Muzik Move Records

รางวัล New Wave of The Year มอบให้กับศิลปินหรือวงดนตรีหน้าใหม่ ที่มีผลงานออกมาและประสบความสำเร็จ ได้รับการตอบรับอย่างท่วมท้น ได้แก่ วง Whal and Dolph สังกัดค่าย What the Duck

รางวัล Best Choice of The Year มอบให้กับศิลปินหรือวงดนตรีที่น่าสนใจในรอบปีที่ผ่านมา ได้แก่ วง Zeal สังกัดค่าย Me Records

รางวัล Rising Star Hip Hop of The Year มอบให้กับศิลปินฮิปฮอป ที่มีผลงานประสบความสำเร็จ เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางและได้รับการตอบรับอย่างท่วมท้น ได้แก่ โต้ง Twopee Southside สังกัดค่าย Thaitanium Entertainment

ป๊อบ-ปาล์มมี่

รางวัล Best Album of The Year มอบให้อัลบั้มยอดเยี่ยมแห่งปี ได้แก่ ตะวันเลียตูด ศิลปิน วง The Richman Toy สังกัดค่าย Smallroom…

ทำด้วยใจ! บุ๋ม แจง ตั้งบริษัท 13 ถ้ำหลวง-ผู้ใหญ่ดูแล รับช่วยจัดระบบ ไร้ค่าตอบแทน

By LEE มีนาคม 5, 2019 0

ทำด้วยใจ วันที่ 4 มี.ค. บุ๋ม ปนัดดา วงศ์ผู้ดี ได้ให้สัมภาษณ์ที่ บ.อสมท. ถึงเรื่องที่มีข่าวว่า ร่วมกับ แคนดี้ รากแก่น จัดตั้ง บริษัท 13 ถ้ำหลวง จำกัด

ทำด้วยใจ ดราม่าว่า ทั้งสองเข้ามาหาผลประโยชน์กับเด็กๆ

โดยเจ้าตัวชี้แจงว่า “สำหรับบริษัท 13 ถ้ำหลวง จำกัด เป็นผู้ใหญ่ทางรัฐบาลเป็นคนดูแล ซึ่งเราไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรเลยเพียงแต่ว่ามีบางอย่างที่ต้องการระบบช่วยแนะนำกับน้องๆ และหาผู้จัดการ น้องแคนดี้ รากแก่น ที่ดูแลน้องๆ ทีมหมูป่ามาตั้งนานเข้ามาขอคำปรึกษา หรือกลายเป็นว่าบุ๋มเข้ามาช่วยงานในช่วงหลังจะเข้าไปช่วยตัดริบบิ้นเมื่อวานนี้เอง อารมณ์เหมือนคุณนาย ไม่ได้เป็นคนเปิดบริษัท เรื่องบริษัทและเรื่องการดูแลน้องๆ หมูป่าเดี๋ยวผู้ใหญ่จะมีการจัดงานแถลงข่าวอีกทีนึง ซึ่งบุ๋มไม่ขอเกี่ยวข้องตรงนั้น ในส่วนของบุ๋มแค่เข้าไปช่วยให้คำปรึกษาในสิ่งที่เค้าอยากได้ ไปจัดระเบียบให้กับชีวิตพวกเขา พวกเขาควรที่จะได้ใช้ชีวิตตามอนาคต ตามที่พวกเราได้ดีใจกับเขา ที่เขาได้ออกจากถ้ำ ได้เรียนหนังสือได้แข่งฟุตบอล ใช้ชีวิตตามปกติและไม่ควรมีใครมาเอาเปรียบเขาทุกอย่างควรที่จะมีระบบในการดูแลคนจำนวนมาก ไม่ใช่ว่ามาติดต่อเด็ก เด็กติดเรียน ติดสอบ ก็ไปกดดันผู้ปกครอง มันไม่ถูกต้อง ควรที่จะเป็นระบบบริษัทเพื่อดูแลเขาสักนิดนึงแค่นั้นเอง

รายได้ของบริษัทไม่ใช่ว่าน้องๆ ดังแล้วจะหาเงินซึ่งมันไม่ใช่ หรือรายได้ส่วนหนึ่งเข้ากับองค์กรที่มีพระคุณกับพวกเขาทั้งหมด ที่เขาจดกันไว้ ว่ามีที่ไหนกันบ้างเค้าจะพยายามตอบแทนให้หมด แต่ไม่ใช่ว่าที่ไหนจะมาบอกว่าเขาก็เคยช่วยเหลือนะ ช่วยไปออกอีเวนต์ให้หน่อย โดยที่น้องเสียการเรียนแบบนี้ก็ไม่ได้ เราต้องปกป้องน้องนิดนึงเพราะน้องยังเรียนอยู่ น้องยังต้องมีอนาคต แต่ถ้าเกิดเขาไปได้ น้องไปอยู่แล้วค่ะ

ทำด้วยใจ

เหมือนกับบุ๋ม งานกุศลก็ช่วยเต็มที่แต่งานของตัวเองก็ต้องทำ ของเราในมุมไปช่วยจัดระบบเพราะเขาเห็นว่าเราเก่งทางด้านนี้ ไปช่วยในจิตอาสาที่ตัวเองพอจะช่วยได้ อีกอย่างหนึ่งพระอาจารย์ของพระธาตุดอยวาวรู้จักกับพระอาจารย์ ว. เป็นอย่างดี บุ๋มเป็นลูกศิษย์พระอาจารย์ ว. พระอาจารย์บอกให้ไปช่วยหน่อย บุ๋มก็ต้องไปช่วย แค่นั้นเอง แต่หลายคนกลับเข้าใจว่า บุ๋ม เปิดค่ายโมเดลลิ้ง ส่งโปรไฟล์เด็กมาให้เพียบเลย ไม่ได้เปิดโมเดลลิ้งค่ะ แค่เข้าไปช่วยให้คำปรึกษาน้องเฉยๆ ช่วยให้กำลังใจน้องๆ”

แต่มีดราม่าว่าเราเปิดบริษัทกับ แคนดี้ รากแก่น ดูแลผลประโยชน์ให้น้องๆ หมูป่า
“ไม่ใช่ค่ะ แค่ให้คำปรึกษาเท่านั้น กรรมการบริษัทเป็นผู้ปกครองของน้องๆ โค้ชเอกแล้วก็มีผู้ใหญ่ที่เป็นกรรมการอยู่ในบริษัทนี้ บุ๋มกับแคนดี้ไม่เกี่ยวเลยค่ะและไม่ได้รับตังค์ ค่าตั๋วเครื่องบินค่าที่พักออกเอง ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับบริษัททั้งสิ้นขอใช้ความรู้กับหัวใจที่เป็นกุศลช่วยเหลือน้องๆ แบบจิตอาสา”

น้องๆ จะได้รายได้จากการตั้งบริษัทนี้หรือเปล่า
“จะได้รับค่าตัวถูกต้องตามกฏหมาย และมีการหักภาษีอย่างไร ซึ่งเรื่องนี้ผู้ปกครองและตัวน้องไม่มีความรู้กันเท่าไหร่ กลายเป็นว่าพอทำระบบบริษัทพวกเขาก็จะสบายใจกันมากขึ้น ในอนาคตเผื่อใครมากดดันเขาอีก เพราะว่า 6-7 เดือนหลังจากที่น้องออกมาจากถ้ำคุณไม่รู้หรอกว่าน้องเจออะไรกันบ้าง น้องแทบไม่ได้เรียนหนังสือต่อ ได้เข้าไปสัมภาษณ์น้องก็รู้สึกว่าเดี๋ยวเข้าไปวางระบบให้ อย่างน้อยเราควรมีเกราะป้องกันน้องสักนิดนึง ไม่ใช่ว่าทุกคนโผหาน้องกันหมด เรารู้ค่ะมีผู้มีพระคุณ เรากำลังจะจัดงานอีเวนต์เพื่อตอบแทนผู้มีพระคุณทุกท่าน แต่เรื่องการตอบแทนพระคุณมันไม่มีวันหมด แต่อย่างน้อยก็ต้องให้น้องสามารถเดินต่อได้ประคับประคองไปด้วยกัน เราเตรียมที่จัดอีเวนต์งานหนึ่ง เพื่อให้น้องๆ ได้ไปเจอผู้มีพระคุณทั่วประเทศ ให้ทุกคนได้ชื่นใจว่า วันนี้น้องๆ บางคนเป็นหนุ่มแล้ว เราจะได้เห็นการเติบโตของเขาด้วย”

ทำด้วยใจ

โดนดราม่าว่าเข้ามาหาประโยชน์กับน้องๆ
“หาประโยชน์อะไรมีแต่เสียตังค์อย่างเดียว คนที่เขียนด่าเดี๋ยวฉันจะจดชื่อ แล้วส่งบิลเอาค่าตั๋วเครื่องบินค่าโน้นค่านี่มาช่วยดิฉันจ่ายนะคะ ได้มีส่วนร่วมด้วยกันอย่ามานั่งดราม่าเลยค่ะเมืองไทยเรามีดราม่าเยอะอยู่แล้วทุกวัน ไม่เหนื่อยกันเหรอคะ ถ้าบุ๋มมัวแต่กลัวดราม่าแล้วไม่ออกมาช่วยปกป้องน้องๆ มันก็ไม่ใช่คำถามก็จะเกิดที่เด็กว่าทำไมคุณบุ๋มใจดำจังไม่ยอมมาช่วย ดังนั้นช่วยเปลี่ยนเลยดีกว่าและบุ๋มโปร่งใสแล้ว ว่าไม่มีการรับตังค์ค่ะ ไม่คิดที่จะเอาอะไรด้วยบ้านรวยอยู่แล้วค่ะ”

ได้คุยกับน้องน้องทั้ง 13 คนหรือเปล่า
“น้องๆ ทั้งหมดจิตใจดีมาก มี 3 คนในนั้นอยากเป็นข้าราชการ หนึ่งในนั้นอยากเป็นหน่วยซีล เราต้องให้กำลังใจเขาด้วย บุ๋มก็บอกเขาว่าถ้าเกิดอยากเป็นข้าราชการ ก็ต้องไปติวเข้ม ต้องไปเรียนหนังสือ บุ๋มจึงจัดคิวให้ ถ้าวันไหนไม่มีเรียนไม่ต้องไปเตะบอล น้องต้องไปติวหนังสือ บุ๋มเป็นคนจัดการชีวิตในตรงนั้น เป็นคนหาคุณครูและจ่ายเงินเอง”

บริษัทนี้ที่ดูแลน้องหมูป่าทั้ง 13 คน รัฐบาลเป็นคนจัดตั้งใช่หรือเปล่า
“เรียกว่าผู้ใหญ่เข้ามาให้คำปรึกษาดีกว่าเพราะว่าทางรัฐบาลจะเข้ามาเต็มที่ขนาดนั้นไม่ได้ จึงส่งผู้ใหญ่ที่มีความรู้ ความสามารถมีจิตการกุศลเข้ามาช่วยดูแลงานน้องๆ เดี๋ยวผู้ใหญ่จะบอกตรงนี้เองอีกทีค่ะ”

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.khaosod.co.th

โบว์ แวนด้า สะเทือนใจ น้องมะลิ ถามทำไมหนูไม่มีพ่อ เตรียมบอกความจริงลูก

By LEE มีนาคม 4, 2019 0

โบว์ แวนด้า ตื่นเต้นรับเล่นซีรีส์เรื่องแรก บทหนักแต่ตั้งใจเต็มที่ พร้อมเผยคลิปสะเทือนใจ น้องมะลิ ถามทำไมหนูไม่มีพ่อ อยากให้พ่อมาหา เตรียมบอกความจริงลูกเร็ว ๆ นี้

โบว์ แวนด้า เรียกว่าก้าวขาเข้ามาวงการบันเทิงมากขึ้น สำหรับคุณแม่คนเก่ง โบว์ ภรรยา ปอ ทฤษฎี เนื่องจากเจ้าตัวเพิ่งเอ่ยปากรับเล่นซีรีส์คลับฟรายเดย์เรื่องแรกแล้ว โดยล่าสุด (2 มีนาคม 2562) ได้มีโอกาสเจอคุณแม่โบว์ เลยไม่พลาดถามรู้สึกผลงานครั้งแรกว่าเป็นอย่างไรบ้าง

คิดนานไหมกับการมาเล่น ?
โบว์ : คิดไม่นานเลยกับการมาเล่นแสดงละครครั้งแรก และเราก็พกความมั่นใจกับความพยายามมาทั้งหมด

เรื่องนี้บทหนักไหน ?
โบว์ : บทหนักพอสมควร ทั้งโดนกระทำ โดนข่มขืน เหมือนเป็นผู้หญิงที่ติดเชื้อ HIV ด้วย และโดนกระทำมิดีมิร้ายด้วย คือบทก็เศร้าพอสมควร แต่เราต้องพยายาม

หนักใจไหม ?
โบว์ : บทร้องไห้เยอะมาก แต่เราคิดว่าร้องไห้ก็ยังดีกว่าหัวเราะ ความคิดเรานะ

ต้องเรียนแอคติ้ง การแสดงเพิ่ม ?
โบว์ : ยังไม่ได้เรียนเลย ต้องมาเรียนในกองถ่ายนี่แหละค่ะ ยังถามตัวเองอยู่เลยว่าพี่ฉอด พี่เอส มั่นใจว่าเราทำได้ใช่ไหม เพราะเรายังขาดความมั่นใจเลย แต่ถ้าคนอื่นทำได้เราก็ทำได้

บอกน้องมะลิไหม ?
โบว์ : บอกวันนี้แหละ ก็ไม่ได้บอกเขามาก่อนกลัวเขาตื่นเต้น แต่วันนี้จะกลับไปบอกทุกคนว่าเราเล่นซีรีส์คลับฟรายเดย์ และรู้สึกประทับใจว่าวันนึงเรามีโอกาสมีส่วนร่วมกับซีรีส์ที่เราติดตามมา เพราะปกติไม่ค่อยดูละคร และอีกอย่างเหมือนว่าตอนนี้เราก้าวขาไปข้างนึง พอเราได้เรียนรู้ในสิ่งที่กลัวก็ก้าวผ่านไปขั้นนึง แต่ผลที่ออกมาจะเจอคำด่า หรือคนติชมก็แล้วแต่สุดท้ายเราต้องประเมินตัวเองว่าได้ไหม ถ้าไม่ได้ก็ถอยออกมา

โบว์ แวนด้า

วางคิวไว้ยังไง เพราะเราต้องดูแลน้องมะลิ ?
โบว์ : เรามีความโชคดีที่คนในบ้านได้ช่วยดูแลน้อง วันไหนที่เราไปทำงาน ก็จะพวกเขาช่วยดูแล แต่ถ้าช่วงไหนงานหนักจะให้คุณปู่คุณย่าลงมาดูแลให้ หรือปิดเทอมอาจจะต้องให้น้องไปอยู่บุรีรัมย์

ใช่เวลาถ่ายนานไหม ?
โบว์ : 9 คิวค่ะ

จะรับมือไหวไหมถ้าผลงานไม่ถูกใจใคร ?
โบว์ : มันก็อาจจะหนัก แต่มันคงจะทำให้เราเข้มแข็งขึ้น หรืออาจจะเก็บสิ่งที่เขาวิจารณ์เรื่องผลงาน เราก็ต้องยอมรับคำติชม เพราะเชื่อว่ามันจะเป็นการบ้านพัฒนาเรามากขึ้น ส่วนคำด่าเราก็ปล่อยผ่านไป

นึกถึงพี่ปอไหม ?
โบว์ : ตอนแรกตกใจโทรศัพท์มานึกว่าจะให้เราไปเล่นบทแม่หรือเปล่า เพราะเราก็ใกล้จะ40 แล้ว ไม่คิดว่าเขาจะให้ไปเล่นเป็นนักแสดงนำ เราก็รับเลย ๆ พอรับสายเสร็จก็เดินไปที่พี่ปอเลย และบอกเขาว่า “ปอ โบว์จะทำให้ได้ โอกาสมาในชีวิตแล้ว จะพยายามทุกโอกาสออกมาให้ดีที่สุด

โบว์ แวนด้า

พี่ปอเคยสอนการแสดงไหม ?
โบว์ : ไม่เคยเลย เพราะกลับบ้านจะไม่พูดถึงเรื่องการทำงาน กลับบ้านเราจะทำหน้าที่แม่บ้าน ทำให้เขารู้สึกหายเหนื่อย

พร้อมไหม ?
โบว์ : คงต้องพร้อมแล้ว ฝากติดตามผลงานเรื่องแรก ถูกใจไม่ถูกใจติชมมาได้เลยแต่ว่าเรื่องนี้ก็จะทำให้เต็มที่ที่สุดเท่าที่เราจะทำได้

น้องมะลิเริ่มถามถึงพ่อปอ ?
โบว์ : ช่วงนี้เริ่มถามถึงทุกวัน และล่าสุดที่อัดคลิป คือเรากำลังจะขับรถไปส่งเขาที่โรงเรียน เขาก็พูดขึ้นมาถามถึงพ่อปอ และถามว่าทำไมหนูถึงไม่มีพ่อ เพราะช่วงที่กลับต่างจังหวัด เขาไปเห็นครอบครัวของญาติ ๆ ที่มีครบ เขาก็เล่าให้ฟังว่าอยากมีแบบนั้น “หนูอยากให้พ่อมาขับรถแทนแม่ และเราก็นั่งไปด้วยกัน” เราก็บอกเขาว่าหนูก็มี แต่ยังเจอพ่อไม่ได้ ตอนนั้นเราก็จุกเหมือนกันที่ถามมาแบบนี้ คิดว่าประมาณเดือน 2 เดือน จะบอกแล้ว เพราะกลัวเขาโตไปมากกว่านี้และมารู้ทีหลังจะเสียใจไปมากกว่านี้

ขอบคุณแหล่งที่มา https://women.kapook.com